Wednesday, February 08, 2012
   
Text Size

บรรณาธิการนิตยสารโอเพนซอร์สทูเดย์กรณี Bug ใน OpenOffice

จากการที่มีนิตยสารค่ายใหญ่ทำบทความออกมาในรูปแบบเชิงโจมตีการทำงานของ Open Office.org
ก็ทำให้ผมเองนั้นอดไม่ได้ที่ต้องหยิบมาอ่านและก็พบว่า 21 Bug ดังกล่าวนั้นมีทั้งจริงและความเข้าใจผิดเอามากๆ ในการทำงานและการใช้งาน
การที่บอกว่า Bug ถึงขั้นรุนแรงขนาดเกิดการสูญเสียของข้อมูลทำให้ผู้ที่ไม่เคยใช้งาน Open Office มาก่อนเกิดการลังเล สงสัยว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ หรือ?
จากการที่ผมใช้งาน OpenOffice มาก็พบว่าหลายๆ ประเด็นที่ออกมาโจมตีนั้น เกิดจากความไม่รู้และความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอย่างมาก? ผมต้องบอกว่าเรื่องนี้จะไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย ถ้าหากนิตยสารฉบับนั้นเป็นนิตยสารที่ไม่ได้มีชื่อเสียงอะไรมากนัก แต่กับเป็นนิตยสารที่มีความน่าเชื่อถือในวงการคอมพิวเตอร์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ มีผู้สนับสนุนมากมาย พิมพ์ด้วยสี่สีสวยงาม แต่มีข้อมูลที่ผิดพลาดเอามากๆ เหมือนจงใจที่จะทำให้เกิดความไม่น่าเชื่อถือของซอฟต์แวร์โอเพนออฟฟิศ และโอเพนซอร์สในตัวอื่นๆ อีกในอนาคต

เท่าที่อ่านในช่วงแรกๆ นั้นดูเหมือนว่า? น่าจะเกิดความเข้าใจที่ผิดในเรื่องของการสนับสนุนจากทางภาครัฐจริงๆ แล้วภาครัฐเองไม่ค่อยได้ทุ่มเงินงบประมาณมาในส่วนของโอเพนซอร์สสักเท่าไร และไม่ได้เยอะขนาดเป็น 10 ล้านบาท โอเพนซอร์สหลายๆ อย่างเกิดจากการต่อยอดของนักวิจัยไทย บางตัวเกิดจากบริษัทเอกชนที่เห็นช่องทางในการประกอบอาชีพก็หันมาพัฒนาต่อยอดซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส และมีรายได้จากการให้บริการประเทศไทยเป็นประเทศที่ต้องการลดต้นทุนการนำเข้าซอฟต์แวร์จากต่างประเทศ ประเทศไทยเป็นประเทศกำลังพัฒนา มีการละเมิดลิขสิทธิ์สูงถึง 75% จากการเปิดเผยของ BSA เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา นั่นทำให้เห็นว่าการใช้งานโอเพนซอร์สนั้นมีน้อยมาก เมื่อเทียบกับปริมาณของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีใช้กันอยู่ทั่วประเทศมากกว่า? 22 ล้านเครื่อง ตัวเลขนี้แค่เป็นตัวเลขปริมาณผู้ใช้งาน Internet เท่านั้น ก็ทำให้เห็นว่าตัวเลขของการละเมิดลิขสิทธิ์ที่สูงถึง 75% เกิดจากการใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฏหมาย ไม่ว่าจะซื้อจากแผง หรือ โหลดจากบิท แต่ไม่ได้มาจากการใช้ซอฟต์แวร์โอเพนซอร์ส

ภาครัฐเองก็เห็นถึงปัญหานี้เพราะที่ประเทศไทยเราถูกมองข้ามการลงทุนในธุรกิจเชิงสร้างสรรค์ เพราะปัญหาการทำซ้ำที่ผิดกฏหมาย การละเมิดลิขสิทธิ์ที่รุนแรง ปัจจุบันประเทศไทยขาดแคลนนักพัฒนาซอฟต์แวร์ เรามีแต่นัก Copy and Paste เยาวชนที่จบออกมา ไม่ค่อยมีใครทำงานในธุรกิจซอฟต์แวร์ ในวงการโอเพนซอร์สเองก็ขาดบุคลากรอย่างรุนแรง ปัญหาของซอฟต์แวร์ส่วนใหญ่คนไทยต้องแก้ไขเอง แต่ใครจะทำเพราะโปรแกรมเมอร์ก็ต้องกินต้องใช้ มีค่าบ้าน มีค่าเช่า บางคนก็ใช้เวลาหลังเลิกงานมาทำให้ซอฟต์แวร์เหล่านั้นรองรับภาษาไทย ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ภาครัฐต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนแต่ทุนที่สนับสนุนก็น้อยลงทุกปี และสิ่งที่ได้กลับไปก็คือซอฟต์แวร์ที่เป็นของทุกคนที่เป็นคนไทยและทั่วโลกก็ได้ใช้งาน ภาษีที่ประชาชนที่จ่ายให้รัฐก็ทำให้ได้ประโยชน์กลับไปทั้งภาคเอกชน ตั้งแต่บริษัทขนาดเล็กและบริษัทขนาดใหญ่ รัฐวิสาหกิจ ตลอดจนองค์กรของรัฐ

ซอฟต์แวร์มีบั๊กจริงแต่ที่แสดงออกมาบางอย่างไม่ใช่บั๊ก

นักคอมพิวเตอร์ทุกคนตลอดจนผู้ใช้งานรู้กันอยู่ว่าไม่มีซอฟต์แวร์อะไรที่ไม่มีบั๊กแต่การแยกบั๊กกับเรื่องการใช้งานไม่ถูกวิธี ควรจะต้องแยกกันให้ออกหรือบางครั้งการใช้งานผิดประเภทของซอฟต์แวร์ก็มักจะมีให้เห็นกันอยู่มากมาย ผมก็เพิ่งจะเห็นว่าการเปิดโปรแกรมช้านี่ก็เป็นบั๊กด้วย หรือบางคนจากแทรกภาพลงไปในเอกสารกลับใช้วิธี copy รูปมา paste ลงในไฟล์เอกสาร ซึ่งจริงๆ แล้ว ต้องใช้วิธีเลือกเมนู Insert -> Picture -> FromFile

โดยทั่วไปแล้วเมื่อทำการติดตั้งโปรแกรมเสร็จก็ลงมือใช้งานทันทีโดยที่ยังไม่ได้ตั้งค่าอะไรเลย แม้แต่ Font ที่จะใช้งานแบบนี้ก็ทำให้เกิดปัญหาได้ว่าเวลาเปลี่ยนภาษาไทยเป็นอังกฤษ Font thai และ English ก็ไม่เหมือนกันทำให้ตัวอักษรและขีดเส้นใต้นั้นไม่เท่ากัน หรือบางครั้งต้องการจะนำข้อมูลตารางจากอีกโปรแกรมหนึ่งมาใช้กับอีกโปรแกรมหนึ่งแทนที่จะใช้วิธี Insert กับใช้วิธี copy และนำมาpaste ในอีกโปรแกรมความคลาดเคลื่อนต้องมีแน่นอนเพราะการ copy ด้วยวิธีลากเมาส์ แน่ใจได้อย่างไรว่า ข้อมูลที่ copy มานั้น ได้ทำการเลือกข้อมูลและคุณสมบัติของข้อมูลนั้นมาครบ และบางปัญหาแทนที่จะโทษว่าท่านได้ติดตั้ง driver ของ Printer ผิดเวอร์ชั่นของระบบปฏิบัติการ ทำให้พิมพ์เลขไทยผิดพลาดก็กลับมาโทษว่าเกิดจากโปรแกรมOpen Office มีบางปัญหา เกิดจาก Theme ของ Windows 7 ที่ไม่รองรับกับ Font ภาษาไทยทำให้เกิดการทับซ้อนแค่เปลี่ยนมาใช้ Theme แบบ Windows classic ก็จะไม่เกิดปัญหาดังกล่าว แต่ทางนิตยสารชื่อดังก็กลับมาเขียนบอกว่าเป็นบั๊ก ซึ่งปัญหาแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในWindows XP แต่ผมเพิ่งเกิดขึ้นใน Windows 7

หมายเหตุ รายละเอียดในแต่ละข้อ พบกันในนิตยสารโอเพนซอร์สทูเดย์ฉบับที่ 17

ภาณุภณ พสุชัยสกุล
นิตยสารโอเพนซอร์สทูเดย์

Member Login